หลายครั้งในช่วงหลังนี้ได้มีโอกาสเข้าป่า แม้มิใช่การเดินฝ่าดงดิบร่มชื้น หากแต่คือการเข้าไปศึกษา เข้าไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ ส่วนใหญ่หรืออาจจะทั้งหมด ล้วนแล้วคือป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ที่ยังคงเหลืออยู่ในประเทศนี้ ที่ในวงการวิชาการหรือวงการป่าไม้ยอมรับกันว่าเป็นป่าที่ยังความเป็นธรรมชาติ สมบูรณ์และมีชีวิตก็คือในผืนป่าตะวันตก ที่ประกอบด้วยพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า นับรวมแล้ว 17 พื้นที่ ป่าแห่งนี้จึงมีความสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณ และสัตว์ป่านานาชนิด
ในเวลา 2 ปี และก่อนหน้านั้นที่มีโอกาสได้สัมผัส กับพื้นที่อุทยานแห่งชาติหลายแห่งในพื้นที่นี้และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ได้รู้จักใน 2ปีหลัง ในฐานะของคนในที่เคยทำงานในหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง และนักกิจกรรมธรรมชาติในช่วงปีหลัง มีโอกาสได้เข้าไปเรียนรู้ สัมผัสและรู้จักป่า สัตว์ป่ามากขึ้น ทั้งไปด้วยตนเองและไปกับน้องๆนักเรียนนักศึกษาที่ให้ทางทีมงานบ้านนกฮูก ทำกิจกรรมศึกษาธรรมชาติให้
ป่าไม้ สัตว์ป่า มนุษย์ เป็นสิ่งที่ต้องอยู่ร่วมกัน แต่แบบไหนถึงจะพอดี นี่คงเป็นคำถามที่มีผู้คนมากมายตั้งขึ้น แต่คำตอบออกมากจากฝ่ายเดียวเท่านั้นคือคน เพราะคน พูดได้ และคิดแล้วพูดแทนสัตว์ป่า และป่าไม้ เนิ่นนานหลายสิบ เป็นร้อยปี จึงเป็นไปในสภาพที่เราเห็นกัน
หากแต่คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่ไม่ต้องมีใครตอบ เพียงแต่เราเคารพทุกสรรพชีวิตเท่าเทียมกัน 1 ชีวิตมีคุณค่าเทียบเท่ากัน ก็คงไม่ต้องมาเสียเวลา และเสียพลังงานเพื่อทำงานปกป้องมัน เรื่องมันสายเกินไป สำหรับการจะคิดแบบนี้เพราะคนไม่ได้มีคนเดียว คนจึงไม่ได้คิดเหมือนกัน คนคิดแตกต่างกันหลายยุคหลายสมัยผู้มีอำนาจ มีหน้าที่จึงทำแตกต่างกัน
ไม่มีใครผิดและไม่มีอะไรถูกต้องทั้งหมด เพราะทุกอย่างคือการเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ ในขณะเดียวกันกับที่มนุษย์พยายามศึกษาหาความรู้ หาทรัพย์สินเงินทอง ปากก็บอกว่าเพื่อปกป้องทรัพยากร แต่มนุษย์เคยไม้สังเกตหรือไม่ว่าธรรมชาติไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย ต้นไม้มีหน้าที่ดูดก๊าชไม่บริสุทธิ์แล้วคายก๊าชบริสุทธิ์ในตอนกลางวัน มันก็ยังทำหน้าที่และเป็นเช่นนี้ไม่เปลี่ยนแปลง สัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็ก สัตว์เล็กกินหญ้า ทำหน้าที่สอดประสานกันอย่างลงตัวและงดงามโดยไม่จำเป็นที่ต้องให้มนุษย์ช่วยหรือไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือก็ทำได้
แต่ความเป็นคนเป็นมนุษย์กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น ยิ่งนานวันยิ่งเดินสวนทางกับวิถีแห่งธรรมชาติ เหมือนใกล้กันแต่ห่างไกลเหลือเกิน มีหลายคนพยายามที่จะเดินทางเพื่อเสาะแสวงหาค้นพบความงดงามของธรรมชาติ ไปในที่ต่างๆทั่วโลกแล้วภูมิใจตนเองว่าเป็นผู้ได้พบและได้เห็นสิ่งที่พิเศษที่สุด แปลกตาที่สุด
แต่หากจะได้มองและได้เห็นธรรมชาติด้วยแง่มุมที่ได้กล่าวมาแล้ว จะพบว่าความงดงามของธรรมชาติหาใช่สิ่งที่เราเห็นได้ด้วยไม่ หากแต่คือความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่ยังคงดำรงสัจจะของตนเองไว้ ไม่ว่าจะเป็นพืชและสัตว์ สิ่งนี้ต่างหากคือสิ่งที่น่าชื่นชม คือสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ เมื่อได้พบและได้เห็นแบบนี้แล้ว เพียงต้นหญ้าต้นเดียวหรือแม้กระทั่งสัตว์หนึ่งสัตว์ใดสักตัวหนึ่งก็ทำให้เห็นถึงความงามอันเป็นที่สุดของธรรมชาติได้ เพราะสิ่งนั้นกำลังจะพาให้เราได้สัมผัสกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อไป
สิ่งที่ธรรมชาติทำได้คือการธำรงรักษาหน้าที่ของตนเอง เป็นสิ่งเดียวกันที่มนุษย์ทำไม่ได้ หน้าที่ของมนุษย์ที่เกิดมาเพื่อสร้างความดีและดูแลรักษาธรรมชาติ แต่เพราะคนหรือมนุษย์ไม่ใช่หรือที่ช่วยกันทำลายธรรมชาติ ช่วยกันใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย ช่วยกันใช้ไฟฟ้า ช่วยกันเผาผลาญน้ำมัน ช่วยกันปล่อยพลังงานความร้อย มนุษย์ไม่ใช่หรือที่คิดอาวุธขึ้นมาเพื่อล่าสัตว์ เข่นฆ่าชีวิตอื่นเหมือนมันไม่มีชีวิต มนุษย์ใช่หรือไม่ที่ช่วยกันตัดต้นไม้ ต้นแล้วต้นเล่าเพื่อบอกว่าจะเอามาสร้างบ้าน สร้างเมือง แต่จนเมื่อบ้านเมืองก็สร้างเสร็จแต่ทำไมมนุษย์ก็ไม่หยุดที่จะทำลาย...และมนุษย์ก็สามารถทำอะไรได้อีกมากมาย...แต่มนุษย์ไม่เคยทำหน้าที่ของตัวเองได้เลย
ใครล่ะคือผู้ยิ่งใหญ่และใครคือผู้พ่ายแพ้...หรือต้องรอจนกว่าบุตรธิดาแห่งป่าออกมาต่อสู้...วันนั้นคงไม่มีมนุษย์คนใดเหลืออยู่เป็นแน่แท้
๒๗ มกราคม ๒๕๕๓
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)