๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๒

ห้วยขาแข้งวันนี้...

เกือบ 2 ปี กับการวนเวียนอยู่ใกล้พื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จนคนที่รู้จักและเพื่อนๆหลายๆคนเข้าใจไปเองว่า ทำงานอยู่ที่ห้วยขาแข้ง

บางครั้งก็เบื่อที่จะอธิบายว่า กำลังทำอะไรอยู่ ก้ปล่อยให้เขาเข้าใจไปเองว่าคงจะเป็นเจ้าหน้าที่ของห้วยขาแข้ง

ที่จริงนั้น ไม่ใช่ เลย ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่ง แม้จะรู้จักห้วยขาแข้งบ้าง แต่ก็ยอมรับว่าเพียงแค่รู้จัก ถ้าเป้นคนเป็นเพื่อนก็คงจะเป็นเพื่อนที่รู้จักกัน เข้าอกเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ แต่ไม่สนิทกันขนาดว่าไปไหนมาไหนด้วยกัน

นั่นก็หมายถึงว่า ความเป็นเพื่อนของเรากับห้วยขาแข้งก็มีช่องว่างและระยะห่างอย่างนั้นเหมือนกัน

ถามว่าแล้วทำไมถึงได้เป็นอย่างนั้น เวลา 2 ปี ไม่ทำให้ตัดสินใจเป็นเพื่อนสนิทกันได้เลยหรือ หรือว่ามีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลแอบซ่อนอยู่

พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนักหรอก คงเพราะชะตาที่ถูกลิขิตมาไว้แล้วกระมังที่ขีดเส้นระหว่างเราไว้ ให้มีระยะห่างที่พอมองเห็น ไม่ล้ำเส้นพรมแดนของกันและกัน

ความเกี่ยวข้องของฉันกับห้วยขาแข้งคงเป็นเพียงแขก ที่พอใจจะเข้าไปใช้สอย แวะพัก ในเฉพาะห้องหับที่เจ้าของเปิดไว้ต้อนรับ เท่านี้ก็มากมายเกินที่จะเดินไหว ด้วยลำแข้งลำขาสั้นๆ คงเดินไปได้ไม่กี่น้ำก็คงสลบเหมือดคาที่ เดินจนทั่วเท่าที่เขามีให้เดินก็เหนื่อยอ่อนจนอยากจะหยุดพัก

ฟังเสียงต้นเต็ง ต้นรัง หายใจ เท่านี้ก็สุขใจเหลือเกินจะกล่าวแล้ว

ห้วยขาแข้งวันนี้ ที่จริงมันต้องเปรียบเทียบกับวันก่อน วันวาน ด้วยมันถึงจะรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ในที่นี้คิดว่าไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่ถึงเพียงนั้น ห้วยขาแข้งวันนี้คือวันนี้ วันที่เรารู้จัก วันที่เรารัก เท่านี้คงมากมายเกินจะกล่าว

ความอุดมสมบูรณ์ของป่าห้วยขาแข้ง สมบูรณ์แบบห้วยขาแข้ง ต้องย้ำไว้ก่อน เพราะหากใครหลายคนคิดเทียบกับแก่งกระจานและเขาใหญ่ อันนั้นไม่เรียกว่าสมบูรณ์แบบห้วยขาแข้ง ในที่นี้หมายถึงความสมบูรณ์ของป่าไม้ ที่ประกอบด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญขพรรณ ป่าดิบแล้ง เป็นส่วนใหญ่ (ในส่วนที่เข้าถึง) ความสมบูรณ์ของสัตว์ป่า ที่มีสัตว์ผู้ล่าที่อยู่สูงสุดในระบบนิเวศป่าเขตร้อน อย่างเสือโคร่ง และอันอับรองลงมา อาศัยอยู่ลดหลั่นจำนวนประชากรกันอย่างหนาแน่น ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์กินพืช ที่มีอยู่อย่างชุกชุม

ห้วยขาแข้งวันนี้จึงสมบูรณ์ พรั่งพร้อมด้วยพืชพรรณนานา และสรรพสัตว์น้อยใหญ่ นี่ไม่ใช่หรือคือภาพฝันของคนโดยทั่วไปต่อป่าในอุดมคติของเขา อยากจะบอกในที่นี้เหลือเกินว่า มันมีอยู่จริงที่ห้วยขาแข้ง

ใครหลายคนที่เคยเข้าไปในห้วยขาแข้ง เฉพาะบริเวณสำนักงานเขตคงนึกออก ถึงความอัตคัตเล็กน้อยสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวก เมื่อเทียบเคียงกับพื้นที่ระดับโลก อย่างน้อยก็ที่เขาใหญ่ แม้คนที่อยู่ก่อนจะพยายามอธิบายถึงเรื่องของความจำกัด ข้อจำกัดของพื้นที่ซึ่งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทำหน้าที่เพียงเขตที่จะรักษาพันธุ์ของสัตว์ป่าที่หายากหรือไม่หายากก็ได้ที่อยู่ในนั้น

ครั้นจะเอาเงิน เอางบมาพัฒนาในเรื่องของความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวธรรมชาติก็อาจเป็นการไม่บังควรนัก เพราะยังมีเรื่องต้องใช้เงินอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการลาดตระเวน

พอเริ่มแตะเรื่องลาดตระเวนก็อดไม่ได้ที่ต้องเอ่ยถึง เท่าที่รู้เท่าที่ทราบ โดยอาจจะโดนเจ้าหน้าที่ที่นั่นแอบด่าย้อนหลังกลับมาว่า ทำไมมึงไม่มาทำเสียเองล่ะ

ที่ห้วยขาแข้ง เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขตแรกที่เริ่มนำระบบลาดตระเวนแผนใหม่เข้ามาใช้ ซึ่งเขาก็จะมีการอบรมเจ้าหน้าที่ให้สามารถทำอะไรได้หลายๆอย่างในขณะที่เดินลาดตระเวน ให้มีแรงจูงใจ ให้มีระบบตรวจสอบได้ว่าเดินมาจริง พบเห็นพรานจริง ด้วยการนำเอาระบบ MIST เข้ามาใช้

MIST นี่เป็นโปรแกรมที่ใช้ประมวลผล ต้นทางมันคือว่า เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกฝนอย่างช่ำชองแล้วเมื่อไปลาดตระเวน ในแต่ละเดือน จะมีการวางแผนวางเส้นทาง มีอุปกรณ์ประจำกลุ่มที่ยกเว้นเรื่องส่วนตัวและอาหาร ก็คือ มีแผนที่ มี GPS มีกล้องถ่ายภาพ มีอุปกรณ์สำหรับจดบันทึก อุปกรณ์สำหรับเก็บหลักฐานต่างๆ ในแต่ละเดือนจะมีการรายงานผล และนำข้อมูลที่ได้เดินลาดตระเวนส่งให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล แล้วเจ้าโปรแกรม MIST นี่แหละจะเป็นผู้รับและประมวลผลข้อมูล

นับเป็นวิทยาการที่ทันสมัยอีกระดับหนึ่งเลยทีเดียวสำหรับการตรวจตราดูแลรักษาพื้นที่

ในขณะที่หลายฝ่ายทุ่มทุนและทุ่มเท กับการพัฒนาระบบของการลาดตระเวน ในความรู้สึกเหมือนกับว่าปล่อยอะไรบางอย่างให้ร้างรา ซบเซาลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านส่งเสริมความรู้ ที่ความจริงอาจจะมีอยู่แต่ถ้ามาตรฐานระดับมรดกโลกแล้วล่ะก็มันสมควร จะมีดีมากกว่านี้ ไม่ใช่มีไม่ต่างจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโนเนม

เอาล่ะ บ่นแค่นี้พอ

จะไปเก็บของแล้ว แล้ววันหลังมาบ่นต่อค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น: