วันนี้นึกครึ้มใจ อืมเขียนถึงเสียหน่อย ด้วยว่าโอกาสและอารมณ์มันพอเหมาะกัน
บ้านหลังนี้ ชื่อ "บ้านเค้าแคระ" เป็นบ้านหลังที่เท่าไหร่ไม่รู้แล้วในชีวิตนี้
ที่จริงจะว่าไปแล้ว ก็ไม่เคยมีบ้านกะเขาหรอกในชีวิตนี้
และไม่คิดจะมีกะเขาด้วยสิ ช่างมันเรื่องนี้
ทำงานแลกที่อยู่ อาหาร มันเป็นธรรมดาของชีวิต
หลังจากเรียนจบมาทำงานที่นครสวรรค์
อืม สำนักงานมรดกโลกทางธรรมชาติฯ
หน้าตาเป็นแบบนี้

ห้องเล็กๆที่อยู่ทางขวามือสุด
เป็นห้องกระจกที่อยู่ข้างนอก มีลักษณะเป็นห้องประชุม
ในนั้นเป็นห้องทำงาน ที่เราเรียกว่า อ๊อฟฟิศ
มีคนอยู่ทั้งหมด 3 คนทำงานจุกจิกๆๆ อยู่ทั้งวัน
...................................
เช้ามาทำงาน
เย็นกลับบ้าน
วันหนึ่งขากลับ
เดินไปถ่ายรูปไป พลันก็รู้สึกว่า
โตแล้วหรือเรา
อืมดูจากรูปถ่าย ก็คงจะใช่

ทำไมล่ะ ???
คงเพราะเราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น
ทั้งดีและไม่ดี ที่ไม่ดีคงเพราะไม่ดีต่อตัวเอง หรือตัวเองไม่ดีต่อคนอื่น
มันมีหลายเรื่องของชีวิต
อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าจะต้องเอามาบันทึกไว้
แต่เพราะว่าเกี่ยวกับเรื่องบ้านเค้าแคระ
มันเลยต้องเอาเกี่ยวด้วย
บ้านเค้าแคระ ก็คือบ้านเช่า เรือนไม้ 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้
มันเป็นชื่อที่ตั้งจากสมาชิกบ้านนกฮูก เพราะว่าสมาชิกบ้านเค้าแคระ
นี่แคระสมตัวจริงๆ
สมาชิกยุคบุกเบิกในตอนนั้น ก็ได้แก่
พี่ส้ม หนุ่น เมยลี่ หรือมร และตัวเราเอง

สภาพหน้าบ้าน เป็นฝุ่นเพราะมีการสร้างถนนใกล้ๆ
มีต้นมะม่วง 2 ต้น 2 พันธุ์ คือพันธุ์ ทวาย (ใช่หรือเปล่าไม่รู้) ต้นเล็กๆหน้าบ้าน
และมะม่วงสามฤดู
...............................................
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น