เดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักตามคำบอกกล่าวของใครหลายคน
แต่สำหรับตัวเองแล้ว ไม่ยักจะรู้สึกว่ามันพิเศษกว่าเดือนอื่นตรงไหน
หรือเพราะไม่ได้แสดงความรัก ไม่ได้รับความรัก อย่างหนุ่มสาวโดยทั่วไป
ที่ผ่านมาได้เห็นเพื่อนหลายคน สบตาทักทายกับความรัก
หลายคนถูกพิษของมันทิ่มแทงจนไม่รู้ว่ารักเมื่อครั้งที่เคยหวาน
นั้นมันรู้สึกอย่างไร...
แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังมีอีกหลายคนที่ยังสามารถประคอง
ความรู้สึกแรกเริ่มของความรักนั้นเอาไว้ได้
แม้บางครั้งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเกเรออกนอกเส้นทางบ้างก็ตาม
แต่สุดท้ายก็สามารถที่จะฟันฝ่าอุปสรรคมาด้วยกัน
ถึงทุกวันนี้ได้
ใช่หรือไม่ว่าโลกนี้คือโลกของความรู้สึก
บางสิ่งไม่มีอยู่จริง แต่เราสร้างให้มีอยู่ เกิดขึ้นด้วยความรู้สึก
ความดี ความงาม บางครั้งมันไม่ได้มีอยู่
เพราะความรู้สึกรัก จึงสร้างความงามให้มากขึ้น เพื่อเป็นเหตุและผล
ให้สามารถรักได้อย่างไร้ข้อครหา
บางครั้งเราเห็นหลายคนหลายคู่ที่ดูแล้ว มุมไหนก็ช่างไม่น่า
จะคบหาเป็นคู่รักกันได้...??
เรื่องนี้มันมีหลายอย่างอยู่ในนั้น ในทางที่เราเข้าใจง่ายๆ
ก็เพราะความรู้สึกที่อบอวลอยู่ จะเป็นความผูกพันก็ดี
ความนับถือ ความชื่นชม เหล่านี้สร้างให้เกิดความรู้สึกรัก
เพราะมันคือต้นทุน เมื่อรักตามทุนที่มี ความรักย่อมสนองได้
คล้ายเป็นกำไร เช่น หากรักด้วยความผูกพันเราย่อมคาดหวัง
ได้ถึงความรักและความผูกพันเป็นต้น
ที่ผ่านมาฉันสงสัยว่า ทำไมเราต้องมีรัก ต้องมีครอบครัว
ไม่มีจะได้ไหม แต่ก้เพราะยังมีหัวใจ มีสังขาร
จึงไม่แปลกเลยที่ตัวเองก็ยังรู้สึกโหยหาอะไรบางอย่าง
จะเรียกว่าโหยหาความรักก็ไม่เชิงนักหรอก...
ฉันแทบไม่เคยรู้สึกว่าเมื่อความรักทักทายแล้ว โลกมันจะเป็นยังไง
แต่ฉันมีความรู้สึกได้ว่าเมื่อความสงบมาทักทายแล้วฉันอยากจะ
เก็บเวลาเหล่านั้นไว้ชั่วนิรันดร์
เมื่อวานได้อ่าหนังสือชื่อ "ศิลปแห่งชีวิต" ของท่านพุทธทาส
ได้ไขข้อข้องใจหลายประการ
รวมทั้งว่าทำไมเราจึงต้องอยู่อย่างครอบครัว คำตอบที่น่าพอใจสำหรับฉัน
คือเพราะมันเป็นธรรมชาติ ธรรมชาติที่มนุษย์ต้องการสิ่งประโลมใจ
ธรรมชาติที่ต้องมีความรู้สึกเหงาและโหยหา และธรรมชาติที่ต้องสิบเผ่าพันธุ์...
สืบพันธุ์เพื่ออะไร ก็เพื่อก้าวสู่วิวัฒนาการขั้นต่อไป
และวิวัฒนาการขั้นสุดท้ายจริงๆคือมนุษย์ต้องนิพพาน
นั่นคือการหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งมวล และหลุดพ้นจากโลกแห่งการเวียนว่ายตายเกิด
แต่เมื่อคนต้องตาย ตามกฏเกณฑ์ คนจึงต้องสืบพันธุ์เพื่อให้มีลูกหลาน
ที่จะสามารถสืบทอดอุดมการณืหรือมรดกโลกแห่งนิพพาน
และการสืบพันธุ์มันต้องมีคู่จึงเกิดการแต่งการ การสมสู่ มีบุตร และครอบครัวตามมา
ไม่เพียงเท่านั้น การสืบพันธุ์หากพิจารณาดูแล้วมันคือเรื่องสกปรก น่าเกลียด
น่าขยะแขยง (ไม่เชื่อลองพิจารณาดู) ดังนั้นจึงต้องมีค่าจ้าง เพื่อที่จะให้มีการสืบพันธุ์
นั่นคือความรู้สึกทางเพศที่เกิดจากการสืบพันธุ์นั่นเอง
ไม่รู้ว่าเธอพอจะมองภาพออกไหม ว่าฉันต้องการบอกอะไร
ก็อย่างที่บอกไป จากตรงนี้ก็เลยลองคิดต่อว่า
ในฐานะที่เราเป็นผลผลิตของบรรพชน ที่ให้รับมรดกที่ต้องนิพพาน
คือการหลุดพ้นจากทุกข์และสังสารวัฏ ฉะนั้นหากเราสามารถกลับได้ด้วยภพนี้ของเรา
จำเป็นอีกหรือไม่ที่ต้องมีการสมสู่ ที่น่าเกลียดเช่นนั้น เพื่อรับค่าจ้าง
และเพื่อสิบทอดลูกหลานให้สู่นิพพานต่อไป...
และแล้วความรักแท้จริง...จะทักทายเรา
ไม่ใช่ความรักที่สร้างขึ้นจากไอของความรู้สึก
ไม่ใช่ภาพหมอกควันที่พร้อมจะจางไปกับอารมณืและกาลเวลา
แต่มันคือความรัก ที่นิรันดร...
และหวังว่าฉันและเธอจะพบมันเข้าในสักวัน และได้อยู่กับมันตลอดกาล...
๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
1 ความคิดเห็น:
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
แสดงความคิดเห็น