๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ลองดูอีกสักที...

ว่างเว้นและห่างหายจากการเขียน ไม่ว่าจะเป็นบล็อกบนโลกออนไลน์
หรือในสมุดบันทึกส่วนตัว
พอเวลาผ่านไป...
เราเริ่มเติบโตขึ้นทั้งความคิดและประสบการณ์
เรากลับมามองแล้วเลยเห็น ช่องว่างของชีวิต ที่ห่างหายไปจากหน้ากระดาษ
เอาเข้าจริงๆแล้วเราแทบจะจำรายละเอียดอะไรไม่ได้เลยถ้าเราไม่ได้บันทึกไว้

มิน่าล่ะ จึงได้มีประเพณี มีวัฒนธรรม เพราะมนุษย์ไม่ได้จดจำอะไรของตัวเองเท่าไหร่
เลยต้องจดจำมันในรูปของประเพณี ที่สืบทอดกันไว้ในรูปแบบของตำนาน หรือตัวหนังสือ

จะว่าไปแล้วเรา หรือมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้รับสิทธิมากที่สุดบนโลกในนี้
อย่างแรก ง่ายๆเลยคือ มีสิทธิที่จะยืนตัวตรง ตั้งฉากกับพื้นโลกได้
อันนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนที่ทำได้
อย่างที่สองคือ มนุษย์มีตำนาน มีประสบการณ์ให้เล่าขาน มีเรื่องราวที่ล้มเหลว
และสำเร็จให้เล่าขาน ผ่านเรื่องราว ผ่านตำนาน หรือกระทั่งประเพณีเพื่อให้มนุย์ในรุ่นต่อไป
ได้เรียนรู้และนำไปใช้ให้ถูกต้อง

แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้เอาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นบทเรียน
ความล้มเหลวของวันนี้ก็คือของที่ผ่านมา

ฉันไม่ได้โทษใคร เพราะแม้แต่ตัวฉันเองก็ไม่ได้เอาบทเรียนในอดีตมาใช้จึงล้มเหลวในที่สุด
ล้มเหลวอย่างไรนะหรือ???

ล้มเหลวสิ ล้มเหลวจากความหวัง จากความฝัน บางครั้งมันพังลงอย่างไม่เป็นท่า
ก็อย่างเรื่องที่จะเขียน บางครั้งขึ้นต้นไว้ แต่ถึงวันนี้ก็หาตอนจบไม่ได้เสียที
เพราะไม่มีพรสวรรค์หรือความพยายามไม่พอก็ไม่รู้นะ
หรืออาจจะทั้ง 2 อย่างนั้นก็ได้

หลายครั้งที่โครงเรื่องที่คิด ต้องพับเก็บอย่างถาวร ความท้อแท้และผิดหวัง
มันพาลให้ไม่ได้คิดเรื่องใหม่เสียที จนในที่สุด
นักเขียนสมัครเล่นคนนั้น แทนที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังในวันนี้
เขากลับหายไปจากวงการ อย่างเหลือร่องรอย

........

แต่วันนี้เขากำลังจะกลับมา
ด้วยความมั่นใจเพียงเล็กน้อย
ความเศษความฝันที่หลงเหลือ
ด้วยคิดว่างานเขียนยังเป็นสิ่งที่เขารัก
และด้วยๆๆๆ หลายๆอย่าง
เขาจึงลุกขึ้นอีกครั้ง...แม้จะไม่มีใครรู้จักเขา
แต่อย่างน้อย...เขาก็รู้จักตัวเขาเองมากยิ่งขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น: