๓๐ มกราคม ๒๕๕๑

เหตุเกิดเพราะ....ฝนตกหน้าหนาว

“นี่มันหน้าหนาวนะ ฝนตกลงมาได้ยังไงกัน”
คำพูดเชิงคำถามที่ดูเหมือนจะไม่ได้ต้องการคำตอบตามที่พูดออกไป ของชายคนหนึ่ง ในวันที่ฝนตกลงมาตอนกลางวัน ในช่วงฤดูฝน

ผู้คนทั้งหลายเริ่มจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัว อากาศที่ร้อนขึ้น แต่ขณะเดียวกันกลับมีลมหนาวพัดผ่านมา ไม่นานเมฆตั้งเค้าแล้วฝนตกลงมา เกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้
หลายคนอ้างถึงภาวะโลกร้อน คือตัวการที่ก่อให้เกิดปัญหาทางสภาพอากาศที่แปรปรวน ไม่เพียงเท่านั้นบรรยากาศทางการเมืองและเศรษฐกิจก็ยังปรวนแปรตามไปด้วย

ในวันเดียวกันกับที่ฝนตกในหน้าหนาว ฉันได้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายและเสวนาแลกเปลี่ยนในเรื่องเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ที่ ศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ในการบรรยายเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “การใช้หลักคิดทางนิเวศวิทยาภูมิทัศน์กับงานป่าชุมชน” ซึ่งบรรยายโดยท่าน ดร.สมศักดิ์ สุขวงศ์ ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ในงานด้านวนศาสตร์ชุมชนของไทยมากว่า 40 ปี

นิเวศวิทยาภูมิทัศน์คือเรื่องที่ว่าด้วยการมองความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆในระดับภูมิทัศน์หรือ Landscape หมายถึงการจัดการทรัพยากรต่างๆอย่างเป็นระบบ ซึ่งภูมิทัศน์ที่มีคุณภาพนั้นควรที่จะประกอบด้วย ทุ่งนาหรือพื้นที่ทางการเกษตรเป็นพื้นที่หลัก (เพราะประเทศไทยทำเกษตรเป็นหลัก) และมีป่าหัวไร่ปลายนาเป็นหย่อมเล็ก มีป่าชุมชนเชื่อมต่อและติดกับป่าชุมชนอีกด้านคือพื้นที่อนุรักษ์ในรูปแบบต่างๆ นั่นคือการกลับไปมองในเรื่องของการเกษตรแบบอินทรีย์และเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ที่เหมือนจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับใครบางคน แต่มันคือความเป็นจริงและทางรอดของทุกคนในยุคต่อไป

ต่อจากนั้นเป็นเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรื่องเกี่ยวกับ “พลังงานชีวมวล สถานการณ์ แนวโน้ม และผลกระทบต่อทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพและความมั่นคงทางอาหารในท้องถิ่น” ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นที่นักสิ่งแวดล้อม และหลายๆนักได้เฝ้าติดตามและจับตามองกันอย่างใกล้ชิด โดยประเด็นหลักได้มองถึงเรื่องพลังานทดแทนหรือ Bio-fuel หรือ Agro-fuel ซึ่งก็แล้วแต่จะเรียกกันไป แต่หลักใหญ่ใจความก็คือเรื่องของการที่พลังงานที่ได้มาจาก fossil-fuel หรือน้ำมันที่เราท่านใช้กันอย่างสำราญ กำลังจะหมดไปจากโลกในอีกไม่ถึงร้อยปีข้างหน้า ทั่วโลกตระหนักถึงภัยพิบัตินี้ หลายประเทศโดยเฉพาะในอเมริกา สหภาพยุโรป ต่างได้คิดค้นพลังงานทดแทนขึ้น และสิ่งที่จะมาทดแทนพลังงานน้ำมันนั่นคือพลังงานจากพืช เช่น ปาล์มน้ำมัน สบู่ดำ มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย เป็นต้น

แนวทางการใช้พลังงานทดแทนนี้ดูเหมือนว่าจะไปได้สวยกับโลกใบนี้ แต่พลังงานชีวมวลหรือพลังงานจากพืชกลายเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ๆอย่างเรื่องของปัญหาสังคม ความมั่นคงทางอาหารของมนุษยชาติ และที่สำคัญคือสิ่งแวดล้อม

ในขณะเดียวกันการปลูกพืชพลังงานชีวมวลเป็นช่องทางแห่งผลประโยชน์มหาศาลที่คนเพียงบางกลุ่มแสวงหาโดยไม่ได้คำนึงถึงโลก พืชเหล่านี้จะถูกส่งเสริมให้ปลูกกันมากขึ้นและแพร่หลาย ในทั่วทุกแห่งในโลก ซึ่งไม่ต่างกันเลยกับการส่งเสริมเพื่อให้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวหรือ monocrop ในอดีตที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าและป่าก็ถูกทำลาย

ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าและเป็นตลกขมอีกเรื่องหนึ่งในวงการสิ่งแวดล้อม ที่รัฐได้ส่งเสริมเกษตรกรเพื่อปลูกพืชเหล่านี้โดยวลังผลในการผลิตพลังงาน ในขณะที่เราได้พลังงานทดแทนที่มาจากพืชเชิงเดี่ยวเหล่านี้ เราได้สูญเสียอย่างมากมาย เราเริ่มหนีห่างจากความพอเพียง จากเกษตรอินทรีย์ จากวิถีชีวิตดั้งเดิม ด้วยกระแสแห่งทุนนิยมที่ถาโถมเข้ามาเสียจนทำให้เราเดินออกนอกทางที่ควรจะเป็นซึ่งเหมือนกับว่าเรากำลังจะหลงทาง(อีกแล้ว)

สิ่งที่สูญเสียจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมากๆ คือการทำลายความสมบูรณ์ของดิน การทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ เกิดมลภาวะทางดิน ทางอากาศ ปัญหาในเรื่องแรงงาน การแย่งชิงที่ดิน การผูกขาดของบริษัททุนทั้งหลาย สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์หาใช่เกษตรกรในพื้นที่ แต่คือพ่อค้า บรรษัทข้ามชาติ ที่จ้องจะคอยหาผลประโยชน์จากกระแสที่เกิดขึ้น

เห็นได้ว่าเรื่องของโลกร้อนไม่ได้เป็นปัญหาแค่เรื่องของอากาศแต่สิ่งที่ร้อนขึ้นนั้นคือวิถีชีวิต ใช่หรือไม่ว่าเราต้องแข่งขัน เราต้องดิ้นรน เพื่อที่จะมีชีวิตรอดท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

แล้วเราในฐานะของคนเล็กๆ คนหนึ่งในโลก จะทำอย่างไร เมื่อโลกร้อนขึ้นทุกวัน หรือฝนที่ควรจะตกในฤดูฝนกลับตกในฤดูหนาว แน่นอนว่าเราต้องรู้เท่าทัน รู้จริง รู้ลึก ถึงแก่นของปัญหา แล้วเริ่มหยุดปัญหาที่เกิดจากตัวเรา แต่นั่นใช่ว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด โดยอันที่จริงแล้วเราอาจไม่ได้ทำให้เกิดอะไรดีขึ้นเลยก็ได้ แต่อย่างน้อยๆเราก็ได้ทำ เมื่อเราเริ่มที่จะทำ ต่อไปเราจะทำมากขึ้นและมากขึ้น และหากทุกคนเริ่มที่จะทำ ทุกคนก็จะเริ่มทำมากขึ้นมากขึ้น นี่ใช่หรือไม่คือวิธีการหรือแนวคิดที่จะแก้ปัญหาได้ โดยไม่ต้องบ่นเพียงว่า

“นี่มันหน้าหนาวนะ ฝนตกลงมาได้ยังไงกัน”

ไม่มีความคิดเห็น: