5 ปีแล้วที่มาเรียนไกลถึงกรุงเทพ
ฉันไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า ชีวิตของตัวเองจะเดินทางและโลดแล่นมาถึงวันนี้ได้
แต่เมื่อเหลียวกลับไปมองระยะทางทั้ง 5 ปีที่ผ่านมา
ฉันกลับรู้สึกภาคภูมิใจในชีวิตเสียจริง ฉันไม่ได้ทำอะไรสำเร็จทุกเรื่อง
ฉันเคยเดินพลาด ก้าวพลาด ตัดสินใจผิด คิดผิด แต่มันก็ผ่านมาแล้ว
และวันนี้ ฉันรู้สึกว่าฉันโตขึ้นอีกนิดหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้โตเต็มที่ ฉันหมายถึงว่ายังไม่เป้นผู้ใหญ่พอเท่าที่ควร
แต่จะว่าไปแล้วในสังคมนี้คงไม่มีใครเป้นผู้ใหญ่กันจริงๆ นั่นคือทุกคนมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว
มุมเล็กๆมุมเด็กของแต่ละคนต่างกัน บางทีเราเดินเร็ว เลียจนลืมหยุดพิจารณาตัวเอง
และเราก็มองไกล มองเห็นคนอื่นพิจารณาคนอื่น ดดยที่เราลืมมองตัวเราเอง
แท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่น่ารังเกียจและไม่เป็นธรรมที่สุดในโลก คือจิตใจที่มองคนอื่นตลอดเวลานั่นเอง
อีกกี่ปี....
ที่ฉันจะต้องเดินทางต่อไปในโลกเล็กๆใบนี้
และเธอและใครหลายคนก็คงต้องเดินไปเหมือนกัน แต่การเดินทางของเรามันไม่ได้เหมือนกันหรอก
หลายคนเดินไปอย่างไร้จุดหมาย การเกิดมาบนโลกใบนี้ของเขา เพื่อการเล่าเรียนหนังสือ ทำงาน สืบพันธุ์และตาย
แต่ใช่ว่าฉันจะประนามชีวิตเช่นนี้หรอกนะ เพราะมันกลายเป็นบรรทัดฐาน ของสังคมไปแล้ว บรรทัดฐานหรือ norm ก็คือสิ่งที่คนในสังคมส่วนใหญ่ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เท่านั้นเอง เมื่อชีวิตเช่นนั้นเป็นบรรทัดฐานแล้วก็หมายถึงเขาไม่ผิด การดำเนินชีวิตของเขาคือครรลองของสังคม
แต่มีหลายคน มีจุดมุ่งหมายที่แตกต่าง ชีวิตคนบางคนไม่ได้จบ ลงท้ายที่การแต่งงาน หรืออาจจะแต่งตามชีววิตแบบแรก แต่สิ่งที่แตกต่างที่ฉันกำลังจะเดินไปในทางสายนั้น คือการดำรงชีวิตโดยรู้ว่า เราเกิดมาจากไหน เรามาทำอะไร และเราจะไปไหน?
ดูเหมือนเป็นคำถามพื้นๆกับปรัชญาทางศาสนาแบบนี้ และดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว ล้อเล่น แลไร้สาระสำหรับชีวิตที่มุ่งสู่ความเจริญทางวัตถุในเบื้องหน้า
แต่เป็นคำถามสำหรับผู้ที่สับสนกับการเเนนชีวิต ให้หยุดคิดว่า แท้ที่จริงแล้ว ชีวิตเล็กๆที่เกิดมา ต้องการอะไรกันแน่
ฉันเดินตามรอยแห่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากที่ 20 กว่าปีที่ผ่านมาฉันเดินหลงทางในป่าทึบ และทึกทักเอาเองว่าฉันคือผู้ทรงศีล รักสงบ เงียบ แต่เท่านั้นมันก็ทำให้ฉันเดินหลงทางต่อไป แต่วันหนึ่งในหลายเดือนก่อน ฉันสามารถแหวกพงหญ้า ผ่านป่าทึบมาได้ และพบอัครฐานแห่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าที่แท้จริง คือความสว่าง ว่าง เบา คือความจริง คือสัจธรรม และคือหนทางแห่งอนาคตของฉันเอง
๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น