๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๙

เมืองสามหมอก

อีกครั้งกับการเดินทางสุ่เมืองสามหมอก "แม่ฮ่องสอน"
จังหวัดที่นักเดินทางทั้งหลายใฝ่ฝัน ความสงบ เรียบง่าย
และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้เมืองนี้เป็นเมืองในฝันของผู้คนทั้งหลาย

...........................................

ท่ามการกระแสการเมืองไทยที่กำลังคุกรุ่น อำนาจ
และความวุ่นวายต่างๆในเมืองใหญ่
ทำให้คนที่เรียกตัวเองว่าผู้เจริญแล้วเดินทางย้อนสู่อดีตหรือวันวานที่ไม่หวนคืน
บ้านป่า ดูเหมือนจะเป็นสวรรค์หรือวิมานน้อยๆของเขาเหล่านั้น
คนที่นั่นคงรู้สึกดีใจที่บ้านเมืองของเขาสร้างความสบายใจให้ผู้คนทั้งหลาย

............................................
การเดินทางของฉันครั้งนี้เป็นการไปแม่ฮ่องสอนครั้งที่ 2 ของชีวิต
ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งแรก
เนื่องด้วยว่าเป็นการเดินทางเพื่อการทำงานหาใช่การพักผ่อนคลาย
แต่มันก็ไม่ได้ทำให้จิตนาการต่อโลกและความฝันของฉันเลือนหาย
............................................

จากกรุงเทพมหานครเรามุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ
แวะทานข้าวเช้าที่นครสวรรค์
และหลับยาววววววววววววววว
ตื่นอีกที่ อ้าวอยู่ลำพูนแล้ว ....(ที่ตื่นเพราะได้เวลาอาหารกลางวัน)
............................................
บรรยากาศเมืองเหนือไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าใดนัก
อากาศหน้าหนาว ตอนกลางร้อนแห้งแล้งแดดสีเศร้าพาลทำให้คิดถึง "บ้าน "
ที่ลำพูนก็ไม่ต่างอะไรจากเมืองน่านบ้านฉันเท่าใดนัก
ทั้งภูมิประเทศ ภาษา วัฒนธรรม
มันก็เลยทำให้ความรู้สึกว่าได้อยู่บนแผ่นดินของตนจริงๆ
............................................

มาถึงแม่ฮ่องสอนตอนเย็นๆแล้ว
เส้นทางระหว่างแม่แจ่ม-แม่ฮ่องสอน
เป็นเส้นทางที่สุดยอดจริงๆต้องขอแสดงความนับถือผู้สร้างถนนเส้นนี้มา
ไม่รู้สร้างได้ไงเพราะมีโค้งมากถึง 1896 โค้ง
นักจนอ๊วกแตกอ๊วกแตนยังไงก็ไม่ถึง
ขอแนะนำคนที่เมารถอย่างแรงต้องเตรียมกินยาแก้เมายกแผง
แต่ความที่ถนนคดโค้งและโคตรชันนี้เองมันทำให้รถของเราค่อยๆปีนเขา
ทำให้มีโอกาสมองเห็นทิวไม้ ยอดเขา เงาเมฆ
จากป่าเต็งรังแถบลำพูน เรื่อยไปเปลี่ยนเป็นดิบชื้น ดิบเขา และสนเขาตามลำดับ
ใบเล็กๆแต่มากมายของสนสองใบ สนสามใบให้ความรู้สึกอ่อนละมุนแต่โดดเดี่ยวไงไม่รู้
สูงขึ้นไปเรามองเห็นแผ่นดินเบื้องล่างไกลลิบ ใจก็คิดไปถึงว่า
ใครหนอช่างสรรหา ...
กว่าจะถึงปายก้เล่นเอาเกือบค่ำ
แวะส่งทีมงานชุดแรก อันมีพี่รุ่ง วน.63 และพี่หนึ่งวน.65
ลงที่โป่งน้ำร้อน ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว
พวกเราไปต่อและตืนนี้นอนกันที่ถ้ำน้ำลอด...
เช้าตรู่เราออกเดินทางต่อไปยังอช.ถ้ำปลา-ผาเสื่อ
ระยะทางจากอ.เมืองมาที่นี่ก็นานพอควรทีเดียว 2 ชั่วโมง
ทำงานที่นี่ 3 วัน กลางคืนนอนกันที่ อช.น้ำตกแม่สุรินทร์

....................................................

ทริปนี้ไม่มีรูปเเพราะไม่ได้อากล้องไปด้วย
ใจหนึ่งก็เสียดายแต่ก็ปลอบใจตัวเองไปว่า
จะได้มีเวลาละเลียดกับธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่ม
ซึ่งมันก็จริง
แต่ก็มิวายคันไม้คันมือ บอกไม่ถูก อิอิ

..............................

กลับถึงกรุงเทพ มีเรื่องมากมายให้ทำต่อ
แวะพัก 5 วันไปเติมเชื้อไฟให้จินตนาการ
ให้มีแรงขับเคลื่อนความฝันและงานที่คั่งค้างอยู่

1 ความคิดเห็น:

Dancing leaflet กล่าวว่า...

ยินดีด้วยนะ
ที่มีบานใหม่
พอใจมากล่ะสิ...ตั้งใจนะ
จากคนใกล้ตัว