๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๙

season chang

เพิ่งมีโอกาสดูหนังเรื่องเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยหรือที่รู้จักกันในชื่อ "season chang"
ความจริงหนังเรื่องนี้ฉายนานแล้วล่ะประมาณ 3เดือนก่อน
อยากดูมากตอนนั้นแต่ไม่ได้ดู
วันนี้โอกาสดีเพื่อนร่วมห้องเช่ามาดู
บรรยากาศอบอุ่นประทับใจมากมาย
นั่งดูไปน้ำตาพาลจะไหลให้หวนคิดถึง
เสื้อคอซอง กระโปรงนักเรียน เพื่อนร่วมชั้น
และชีวิตมัธยม....
วัยเยาว์ที่แสนอบอุ่นและอ่อนหวาน
มิตรภาพ เพื่อน และไม้เรียว
มันช่างเป็นความทรงจำที่ฝังจำเหลือเกิน

.........................................

ในเรื่องพระเอกชื่อป้อมเป็นเด้กหน้าตาธรรมดา(เค้าว่างั้น)
แอบชอบเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อดาว ดาวเป็นผู้หญิงที่สวย น่ารัก
หลังจากจบม.3 ดาวเรียนต่อที่โรงเรียนดนตรี
ป้อมรู้เข้าก็ตามไปเรียนด้วยโดยที่ดาวไม่รู้เลย(ดาวยังไม่รู้จักป้อม)
ที่โรงเรียนดนตรีป้อมเจอกะอ้อม เป็นลูกสาวเพื่อนพ่อ
ทั้งสองหนิดหนมกันมาก
จนวันหนึ่งดาวรุ้เรื่องเข้า ป้อมกับดาวก็คบกันหรือเปล่า
อ้อมของเราก็โซแซด
ฉากนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่างทำให้ป้อมกะอ้อมเข้าใจผิดกัน
แต่สุดท้ายก้เข้าใจกันได้

ป้อมเลือกอ้อม
เพราะดาวอยุ่สูงเกินไป และดาวก้คือดาวมีไว้มองไกลๆเท่านั้น5555

........................................

ดูหนังเรื่องนี้แล้วรู้สึกดีมากเหมือนกัน
น่าจะได้ดูตั้งนานแล้ว
ชีวิตคนก็แค่นั้นแหละจะเอาอะไรมากมายเรียนมาแทบตายตายห่_ก็ลืมหมด

ความรักเป็นสิ่งสวยงาม
บางทีมันก็ไม่จำเป็นต้องเป้นความรักหนุ่มสาวเสมอไป
ความรักระหว่างเพื่อนมันน่าจะเป็นอะไรที่ยืนนาน
แต่เมื่อความรักจากเพื่อนเปลี่ยนไป
เป็นอื่น
เมื่อนั้นสายตาและความรุ้สึกมันก็ไม่เหมือนเดิม
เพราะไอ้คนที่เล่นด้วยเมื่อวานมันไม่ใช่เพื่อนนี่นา
แต่มันเคยเป็นเพื่อน

ไม่ว่าใครจะมีรักอย่างไหน
ขอให้รักษาและถนอมให้ยาวนาน
เพราะความรักคือสิ่งสวยงาม
เพราะอากาสเปลี่ยนแปลงปล่อย....อย่าลืมดูแลตัวเองล่ะ

เมืองสามหมอก

อีกครั้งกับการเดินทางสุ่เมืองสามหมอก "แม่ฮ่องสอน"
จังหวัดที่นักเดินทางทั้งหลายใฝ่ฝัน ความสงบ เรียบง่าย
และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้เมืองนี้เป็นเมืองในฝันของผู้คนทั้งหลาย

...........................................

ท่ามการกระแสการเมืองไทยที่กำลังคุกรุ่น อำนาจ
และความวุ่นวายต่างๆในเมืองใหญ่
ทำให้คนที่เรียกตัวเองว่าผู้เจริญแล้วเดินทางย้อนสู่อดีตหรือวันวานที่ไม่หวนคืน
บ้านป่า ดูเหมือนจะเป็นสวรรค์หรือวิมานน้อยๆของเขาเหล่านั้น
คนที่นั่นคงรู้สึกดีใจที่บ้านเมืองของเขาสร้างความสบายใจให้ผู้คนทั้งหลาย

............................................
การเดินทางของฉันครั้งนี้เป็นการไปแม่ฮ่องสอนครั้งที่ 2 ของชีวิต
ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งแรก
เนื่องด้วยว่าเป็นการเดินทางเพื่อการทำงานหาใช่การพักผ่อนคลาย
แต่มันก็ไม่ได้ทำให้จิตนาการต่อโลกและความฝันของฉันเลือนหาย
............................................

จากกรุงเทพมหานครเรามุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ
แวะทานข้าวเช้าที่นครสวรรค์
และหลับยาววววววววววววววว
ตื่นอีกที่ อ้าวอยู่ลำพูนแล้ว ....(ที่ตื่นเพราะได้เวลาอาหารกลางวัน)
............................................
บรรยากาศเมืองเหนือไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าใดนัก
อากาศหน้าหนาว ตอนกลางร้อนแห้งแล้งแดดสีเศร้าพาลทำให้คิดถึง "บ้าน "
ที่ลำพูนก็ไม่ต่างอะไรจากเมืองน่านบ้านฉันเท่าใดนัก
ทั้งภูมิประเทศ ภาษา วัฒนธรรม
มันก็เลยทำให้ความรู้สึกว่าได้อยู่บนแผ่นดินของตนจริงๆ
............................................

มาถึงแม่ฮ่องสอนตอนเย็นๆแล้ว
เส้นทางระหว่างแม่แจ่ม-แม่ฮ่องสอน
เป็นเส้นทางที่สุดยอดจริงๆต้องขอแสดงความนับถือผู้สร้างถนนเส้นนี้มา
ไม่รู้สร้างได้ไงเพราะมีโค้งมากถึง 1896 โค้ง
นักจนอ๊วกแตกอ๊วกแตนยังไงก็ไม่ถึง
ขอแนะนำคนที่เมารถอย่างแรงต้องเตรียมกินยาแก้เมายกแผง
แต่ความที่ถนนคดโค้งและโคตรชันนี้เองมันทำให้รถของเราค่อยๆปีนเขา
ทำให้มีโอกาสมองเห็นทิวไม้ ยอดเขา เงาเมฆ
จากป่าเต็งรังแถบลำพูน เรื่อยไปเปลี่ยนเป็นดิบชื้น ดิบเขา และสนเขาตามลำดับ
ใบเล็กๆแต่มากมายของสนสองใบ สนสามใบให้ความรู้สึกอ่อนละมุนแต่โดดเดี่ยวไงไม่รู้
สูงขึ้นไปเรามองเห็นแผ่นดินเบื้องล่างไกลลิบ ใจก็คิดไปถึงว่า
ใครหนอช่างสรรหา ...
กว่าจะถึงปายก้เล่นเอาเกือบค่ำ
แวะส่งทีมงานชุดแรก อันมีพี่รุ่ง วน.63 และพี่หนึ่งวน.65
ลงที่โป่งน้ำร้อน ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว
พวกเราไปต่อและตืนนี้นอนกันที่ถ้ำน้ำลอด...
เช้าตรู่เราออกเดินทางต่อไปยังอช.ถ้ำปลา-ผาเสื่อ
ระยะทางจากอ.เมืองมาที่นี่ก็นานพอควรทีเดียว 2 ชั่วโมง
ทำงานที่นี่ 3 วัน กลางคืนนอนกันที่ อช.น้ำตกแม่สุรินทร์

....................................................

ทริปนี้ไม่มีรูปเเพราะไม่ได้อากล้องไปด้วย
ใจหนึ่งก็เสียดายแต่ก็ปลอบใจตัวเองไปว่า
จะได้มีเวลาละเลียดกับธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่ม
ซึ่งมันก็จริง
แต่ก็มิวายคันไม้คันมือ บอกไม่ถูก อิอิ

..............................

กลับถึงกรุงเทพ มีเรื่องมากมายให้ทำต่อ
แวะพัก 5 วันไปเติมเชื้อไฟให้จินตนาการ
ให้มีแรงขับเคลื่อนความฝันและงานที่คั่งค้างอยู่

ทางเดินของคนเดินทาง


เพราะฟ้ากว้าง...จึงต้องออกเดินทาง

ออกเดินทางเพื่อเสาะแสวงหาตัวตน

ตัวตนที่อยู่กับตัวแต่ไม่ใช่ของตัว

ฉะนั้นแล้ว...ชีวิตจึงต้องออกเดินทาง


ทางข้างหน้าอีกยาวไกล...ใส่รองเท้าซะ
................................

ห้องสีขาวใต้หลังคา

เปาะแปะ ๆ ๆ
เสียงเม็ดฝนตกจากหลังคา
ค่ำคืนนี้เป็นอีกคืนของการโหมงานหนัก สำหรับการเรียนที่จวนเจียนจะจบเทอม
เฮ้อ...
ไม่คิดเลยว่าจะเหนื่อยอย่างนี้ นอนดึกติดต่อกันมาหลายอาทิตย์จนนอนเร็วไม่ได้
แต่ไอ้การที่นอนดึกๆนี่ก็ใช่ว่าจะได้งานเต็มที่กลับทำให้เสียสุขภาพไปใหญ่
..ไม่น่าเชื่อว่าก็รู้ตัวเอง..
.............................

แต่บางทีคนเราแม้รู้ยังไงก็ฝืน
รู้ทั้งรู้ว่าเหล้าไม่ดีก็ยังดื่ม บุหรี่ไม่ดีก็ยังสูบ
นับประสาอะไรกับการนอนดึกของฉัน ...
เริ่มรู้สึกเป็นห่วงตัวเองขึ้นมาเสียแล้วสิ ก็ไม่ค่อนมีใครเขามาคอยห่วงนี่นา
ก้ต้องรักตัวเองเข้าไว้...
ที่พูดงี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะน้อยอกน้อยใจใครเขาหรอกนะ
แต่บางทีก้รู้สึกดี(ถ้าความเป็นคนดีมันแล่นเข้ามาตรงกลางใจ อิอิ)
ว่าจะได้ไม่ต้องเป็นภาระให้ใครเขาหนักใจ
ลำพังชีวิตใครต่อมิใครก็จะแย่กันอยู่แล้ว 555

..........................................


สวัสดีจ้าทุกคน

ยินดีต้อนรับนะจ๊ะ
แล้วเราจะรู้จักกันมากขึ้น